เคล็ดลับการแก้ไขปัญหาด้านสายตา

วันนี้พี่โจ๊กจะมาแนะนำวิธีการที่จะทำให้ผู้มีสายตาผิดปกติ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นนะครับ

โดยทั่วไปใช้วิธีการแก้ไขกำลังการรวมแสง หลักการใหญ่ๆ คือ ลดกำลังการรวมแสงของตาลงในผู้ที่มีสายตาสั้น และเพิ่มกำลังการรวมแสงของตาในผู้ที่มีสายตายาวโดยกำเนิด โดยปัจจุบันนี้ประชาชนทั่วไปก็สามารถเลือกใช้การแก้ปัญหาทางด้านสายตาได้หลายวิธี แต่วิธีที่เหมาะสมสำหรับนำไปใช้สอบโรงเรียนทหารและตำรวจก็คือ วิธีที่ 3 และ วิธีที่ 4 ที่จะช่วยให้น้องๆสามารถผ่านการตรวจร่างกายสำหรับน้องๆที่ปัญหาทั้งสายตาสั้นและสายตายาว ครับ โดยวิธีที่ 3 นั้นเหมาะกับน้องๆที่ต้องตรวจสายตาเร่งด่วน เป็นวิธีที่แก้ปัญหาสายตาได้ชั่วคราวและวิธีที่ 4 คือวิธีเลสิคสามารถแก้ไขสายตาได้ถาวรครับ

 

1. แว่นสายตา (Spectacles)

เป็นวิธีที่ใช้แพร่หลายที่สุด แต่ในขณะเดียวกันมีคนจำนวนมากที่ไม่สามารถใช้แว่นในการแก้ไขปัญหาสายตา ด้วยเหตุผลต่างๆกัน เช่น ในผู้ที่มีสายตาแตกต่างกันมากในแต่ละตา มีความจำเป็นในการประกอบอาชีพ หรือเล่นกีฬา เป็นต้น

 

2. คอนแทคเลนส์ (Contact Lens)

เป็นอีกทางเลือกที่นิยมกัน อย่างไรก็ดีผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ จะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการรักษาความสะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อที่กระจกตา ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียตาได้ การใช้คอนแทคเลนส์จึงควรได้รับการดูแลโดยจักษุแพทย์ นอกจากนี้คนจำนวนมากอาจไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ เนื่องจากการแพ้เลนส์ หรือสารน้ำยาล้างเลนส์ ภาวะบางอย่างก็ไม่เอื้ออำนวยกับการใส่คอนแทคเลนส์ เช่น ที่ที่มีฝุ่นควันมาก รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ เช่น การว่ายน้ำ

 

3. เลนส์กดตา (Ortho K Lens)

ทำงานโดยใช้เลนส์ RGP หรือ Rigid Gas Permeable Lens ที่ออกแบบ มาเป็นพิเศษ ให้ตรงกลางแบนกว่าบริเวณขอบเลนส์ (เลนส์ปกติ และกระจกตา ตรงกลางจะนูนที่สุด และค่อยๆ โค้งน้อยลงโดยรอบ เป็นทรงระฆัง) ระหว่างที่สวมใส่ เลนส์จะวางตัวกลางกระจกตา เมื่อหลับตาหรือกระพริบตา หนังตาจะกดบนเลนส์ เกิดแรงไปจัดเรียง เซลล์เยื่อบุผิวกระจกตา (epithelium cell) ไปตามรูปร่างของเลนส์ เมื่อถอดเลนส์ออก กระจกตาที่ถูกปรับไว้จะแบนลง สายตาจะหายสั้น และยังคงชัดเจน ไปจนกว่า เซลล์จะเคลื่อนกลับไปตำแหน่งเดิม หรือมีการสร้างเซลล์ใหม่ สายตาก็จะกลับสั้นลงเหมือนเดิม ซึงอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงในวันแรกๆที่ใช้เลนส์ จนถึงหลายวันเมื่อใช้ติดต่อกันหลายๆเดือน

 

OK Lens เป็นการรักษาสายตาสั้น ที่ได้รับการรับรองโดย FDA

ในระยะแรก รับรองให้ใส่ในเวลากลางวัน เมื่อถอดออกในตอนเย็น สายตายังชัดตลอดเวลาที่เหลือของวัน ต่อมาเมื่อมีการใช้วัสดุ ที่มีการซึมผ่านของออกซิเจนสูงมาก (Hyper Dk material) มาผลิตเลนส์ FDA จึงรับรองให้ใส่เลนส์นอนตลอดคืน เมื่อตื่นเช้าจึงถอดเลนส์ และสามารถใช้สายตาได้ตามปกติตลอดวัน โดยไม่ต้องสวมแว่น หรือคอนแทคเลนส์ระหว่างวันอีก

 

4. การผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติ (Refractive surgery)

ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้แก่ผู้ที่ไม่สามารถ (หรือไม่ต้องการ) ใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ จากเหตุผลต่างๆ ข้างต้น และได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายสิบปี จากวิธีกรีดกระจกตา (RK หรือ Radial Keratotomy) มาจนถึงการใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) ขัดผิวกระจกตาโดยตรงที่เรียกว่า Photorefractive Keratectomy (PRK) จนถึงปัจจุบันนี้ วิธีที่ปลอดภัย แม่นยำและทันสมัยที่สุดคือ เลสิค (LASIK)

 

ข้อดีของการรักษาด้วยวิธี เลสิค

  • – เลสิค เป็นการรักษาภาวะสายตาผิดปกติอย่างถาวร
  • – ใช้เวลาในการผ่าตัดและการพักฟื้นสั้น แผลหายเร็ว
  • – สามารถมองเห็นได้ทันทีหลังการผ่าตัด แต่อาจจะยังไม่คมชัดเต็มที่ในวันแรก
  • – ไม่ต้องฉีดยาชา เพียงแต่ใช้ยาชาหยอดตา และไม่มีการเย็บแผล
  • – กลับบ้านได้ทันทีหลังการผ่าตัด

 

ผู้ที่เหมาะสมสำหรับการรักษาด้วยวิธีเลสิค

  • – มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป และมีสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี

  • – ไม่มีโรคของกระจกตา เช่น โรคกระจกตาย้วย ตาแห้งอย่างรุนแรง และโรคตาอย่างอื่น เช่น จอประสาทตาเสื่อม หรือโรคทางร่างกายที่มีผลต่อการหายของแผล เช่น โรค SLE ,โรค Sjogren’s หรือโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการขาดภูมิคุ้มกัน

  • – ไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

  • – มีความเข้าใจถึงการผ่าตัดด้วยวิธีเลสิคอย่างละเอียด และมีความคาดหวังที่ถูกต้อง

Leave your vote

Comments

0 comments

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Log In

Forgot password?

Forgot password?

Enter your account data and we will send you a link to reset your password.

Your password reset link appears to be invalid or expired.

Log in

Privacy Policy

Add to Collection

No Collections

Here you'll find all collections you've created before.